วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สรุปกิจกรรมการจัดกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์


สรุปการจัดกิจกรรม



แล้วนำเสอนเป็น powerpoie สรุปว่าขณะที่เด็กร่วมทำกิจกรรมเด็กมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างมีการใช้คำถามกับ



เด็กเช่นไรให้ความร่วมมือขนาดไหนกลุ่มของดิฉันได้จัดกิจกรรมเรื่องแสงแต่ดิฉันและเพื่อนสองคนไปอยู่



ฐานของครูกุ้งเพราะครูกุ้งต้องจัดกิจกรรมอีกฐานหนึ่งดิฉันได้อยู่ฐานกลิ่นมาดามหอมชื่นใจจะมีสิ่งที่อยู่ใน



ขวดแบ่งเป็นสามประเภท มีกลิ่นหอม กลิ่นเหม็น และฉุน แต่ละขวดจะมีสิ่งของอยู่ข้างในคือ กะปิ สบู่เหลว



แอมโมเนียแล้วให้เด็กดม แล้วบอกความรู้สึกว่าดมแล้วเป็นอย่างไร ดิฉันจะพุดคุยและอธิบายให้เด็กเข้าใจ



แล้วใช้คำถามกับเด็กว่าชอบกลิ่นไหนแล้วมีกลิ่นอย่างไรรู้หรือไม่อะไรอยู่ข้างไหน

กิจกรรมที่โรงเรียนอนุบาลสาธิต



วันที่ 8 กันยายน 2553
เพื่อนแต่ละกลุ่มได้นำสื่อของตนเองไปจัดกับเด็กในสาธิตมีกิจกรรมหลายอย่างที่เยวข้องกับประสาทสัมผัสธ์ทั้ง5

การนำเสอนงานสื่อวิทยาศาสตร์เรื่องแสง


ได้อะไรจากการทำกิจกรรมสื่อวิทยาศาสตร์
-เป็นคนตรงต่อเวลาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
-ตรงต่อเวลาในการส่งงาน
-มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย
-รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
-มีความสามัคคีภานในกลุ่ม



วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม






การนำเสอนงานหน้าชั้นเรียน

อธิบายสื่อแต่ละชิ้นว่าเมื่อเด็กได้ทำกิจกรรมจะได้อะไรจากสื่อทุกชิ้น มีความปลอดภัยคงทนหรือไม่จะ

อธิบายอย่างไรเมื่อเด็กเข้ามาทำกิจกรรมที่ใช้ภาษาให้เด็กเข้าใจว่าแสงเกิดขึ้นอย่างไร




























































































































































































































































































การประดิษฐ์สื่อจากของเหลือใช้



การประดิษฐ์จากเศษวัสดุ
การทำชั้นวางของจากกล่องรองเท้าเป็นการนำของเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ชั้นวางของนี้สามารถวาง
ของที่มีน้ำหนักเบาหรือของจุกจิกได้การ
ทำสื่อชิ้นนี้ได้ความรู้จากการคิดค้นที่จะหางานนำเสอนอาจารย์ได้ทำงานเป็นกลุ่มและได้ฝึกความรับผิดชอบ
ต่องานได้รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนและฝึกเป็นคนตรงเวลาตามีทอาจารย์กำหนดไว้

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

จงแสดงความคิดเห็นพร้อมอ้างอิงเอกสารตำราที่สนับสนุนความคิดของท่าน

1.วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดการสอนให้เด็กเข้าถึงวิทยาศาสตร์จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุนครูหรือผู้ปกครองเช่นกันเพียงแค่หยิบยกเรื่องราวในชีวิตประจำวันหรือธรรมชาติรอบตัวมาสร้างบรรยากาศและกระตุ้นการเรียนรู้ให้หนูน้อยสนุกกับกาค้นคว้าและหาคำตอบได้ก็อาจทำให้นักวิทยาศาสตร์น้อยในวันนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในวันหน้า

2.เพราะปัญญาเป็นบ่อเกิดของความรู้ทุกอย่างปัญญาเกิดจากกระบวนการคิดที่เราได้สังเกตสิ่งต่างๆจะสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นได้ต้องพัฒนากระบวนการสังเกต การเรียนรู้ของเด็ก และจะเกิดความรู้ตามมาซึ่งเด็กทุกคนช่างสงสัยและมีคำถามที่อยากรู้มากมายอยู่แล้วแต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเด็กเข้าสู่ห้องเรียนความอยากรู้ของเด็กจะค่อยๆลดลงจนเหลือศูนย์เมื่อเด็กจบมหาวิทยาลัย

3.ระบบการเรียนการสอนมุ่งเน้นให้ครูยัดเยียดความรู้ให้เด็กถูกจำกัดอยู่ในกรอบโดยเด็ดขาดการกระตุ้นศักยภาพของเด็กทำให้ประเทศไทยทุกวันนี้แทบไม่มีนักวิทยาศาสตร์ที่ริเริ่มคิดค้นสิ่งใหม่มีแต่นักเทคโนโลยีที่เอาสิ่งที่คนอื่นคิดค้นคว้ามาปรับเปลี่ยนให้ไม่เหมือนเดิม


4.ครูอย่าด่วนอธิบายเมื่อเด็กอยากรู้ไม่อย่างนั้นจำทำให้เด็กตาบอดถ้าอยากให้เด็กฟังก็อย่ารีบบอกจนหมดไม่อย่างนั้นเด็กจะหูหนวก แต่ควรประเมินค่าว่าเด็กสังเกตเห็นอะไรบ้างรับรู้ได้แค่ไหนแล้วครูก็ค่อยๆเพิ่มเติมเข้าไปทีละนิดโดยให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มมากขึ้น

5.ผู้ปกครองต้องมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็กโดยจัดสภาพแววล้อมให้เหมาะสมแก่การเรียนรู้และเป็นแบบอย่างที่ดีเพราะเด็กจะซึมซับจากผู้ปรครองได้มากถึง90%

6.คุณครูสอนวิทยาศาสตร์ให้เด็กในรูปแบบของกิจกรรมหรือการเล่นต่างๆ การพับกระดาษ การเล่นกลวิทยาศาสตร์หรือจำแนกความแตกต่างของรูปซึ่งเด็กจะมีจินตนาการและมุมมองที่หลากหลายมากกว่าที่ผู้ใหญ่มองเห็นเป็นการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็กและฝึกทักษะในการจำแนกแยกแยะสิ่งต่างๆ

7.การรีไซเคลขยะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยสอนวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กเป็นอย่างดีเพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องการจำแนกไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม(รีไซเคิล= การจำแนกประเภท+การรักษาสิ่งแวดล้อม+...)
หรือการเก็บรวบรวมลวดเย็บกระดาษที่ใช้แล้วซึ่งเมื่ออยู่โดเดี่ยวอาจดูน้อยนิดแต่เมื่อนำมารวมกันมากขึ้นก็สามารถนำไปรีไซเคิลได้และแม้ว่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ไม่มากมายแต่เป็นจุดเริ่มของการคิดสร้างสรรค์ในอนาคต

8.การฝึกหัดถ่ายภาพพืชสัตว์ในธรรมชาติรอบๆตัว ระหว่างคุนครูหรือผู้ปกครองและเด็กๆก็ช่วยกระตุ้นความสนใจในวิทยาศาสตร์ให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็นได้ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เราพบกับสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนและทำให้เด็กสนุกกับกระบวนการเรียนรู้เพื่อหาคำตองให้กับตัวเองทั้งจากผู้รู้ หนังสือ อินเทอร์เน็ต


9.การสอนวิทยาศาสตร์จากประเทศอิสราเอลที่มีแนวคิดการสืบสวนสอบสวนฝึกให้เด็กเข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และวิธีการพิสูจน์ด้วยตนเองว่าความรู้ที่ได้รับนั้นเป็นเรื่องจริงมีใจเปิดกว้างเผชิญหน้ากับความล้มเหลวได้โดยการเข้าใจความเป็นจริง

10.เด็กเรียนรู้เรื่องราวในชิวิตประจำวันสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและธรรมชาติรอบตัว เช่น วันทั้ง 7 ใน1 สัปดาห์,สิ่งของหรือเศษวัสดุๆและต้นไม้ใบหญ้ารอบตัวซึ่งทำให้เด็กได้เรียนรู้ทั้งภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ไปพร้อมกับเด็กได้ฝึกสังเเกตสิ่งรอบตัว ฝึกการเรียนรู้ รู้จักแยกแยะและจำแนกหมวดหมู่ของสิ่งต่างๆตามลักษณะต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สีสัน ขนาด หรือพื้นที่เป็นต้น

11.คุณครูผู้สอนต้องให้โอกาสเด็กได้สัมผัสด้วยตนเองโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดและเขาจะรับรู้ได้ด้วยใจ โดยไม่สำคัญว่าถูกหรือผิดแต่เปิดโอกาสให้เด้กได้เรียนรู้ได้ใช้ความคิดและจินตนาการของเขาเองเพื่อกระตุ้นให้เขาอยากเรียนรู้ต่อๆไป

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

ไปเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมที่โรงเรียนสัตหีบ




อาจารย์สั่งแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คนให้ไปเตรียมสื่อในการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์มี 4กลุ่มดังนี้


1.กลุ่มน้ำ

2.กลุ่มอากาศ

3.กลุ่มแสง

4.กลุ่มเสียง


โดยแต่ละกลุ่มเตรียมสื่อแล้วไปจัดกิจกรรมที่โรงเรียนสัตหีบแต่เนื่องจากเวลาในการทำกิจกรรมไม่พอเพราะต้องไปทำกิจกรรมที่ฐานทัพเรือสัตหีบ อาจารย์จึงเปลี่ยนให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมที่น้องๆโรงเรียนสัตหีบ
จัดไว้ได้โดยการเข้าร่วมพิธีเปิดงานเสร็จแล้วก็เข้าห้องประชุมไปดูวิธีการจัดการเรียนการสอนการก่อตั้งโรงเรียนและออกมาร่วมกิจกรรมที่สนามเห็นวิธีการทำจรวดน้ำกิจกรรมแต่ละฐานหน้าสนใจ เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละฐานแล้วได้เข้าเยี่ยมชมโรงเรียนบริเวณโรงเรียนร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ได้ไปดุการเรียนการสอนในระดับอนุบาลเด็กๆน่ารักมากมีมารยาทเมื่อเจอพี่ๆก็จะยกมือไหว้ทำความเคารพได้เห็นวิธีการสอนการจัดสภาพแววล้อมห้องเรียนเมื่อเสร็จกิจกรรมแล้วก็ร่วมถ่ายรูปกับคณะครูอาจารย์


วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

น้ำกับวิทยาศาสตร์

28/07/53
การเรียนการสอน

วันนี้อาจารย์เปิดวีดีโอให้ดูเกี่ยวกับกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับน้ำแต่ละกิจกรรมที่ได้ดูนั้นทำให้เราได้เห็น

ปฏิกิริยาของน้ำเมื่อนำมาทดลองได้
แต่ละกิจกรรมจะมีวิธีการทดลองดังต่อไปนี้
1.สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบ
อุปกรณ์
-ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง
วิธีทำ
-หั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็ก
-แล้วรองใช้มือทั้งสองข้างบีบผลไม้
-จะเห็นว่ามีน้ำออกมา
2.การเปลียนสถานะของน้ำ
อุปกรณ์
-น้ำแข็ง/จาน/ภาชนะที่ใช้ต้มน้ำ
วิธีทำ
-ต้มน้ำแข็งให้เดือด
-น้ำแข็งจะละลายกลายเป็นของเหลว
-ต้มต่อไปจนมีไอน้ำขึ้นมา
-นำจานมาวางเหนือภาชนะที่เราใช้ต้มน้ำแข็ง
-สังเกตที่ก้นจานจะมีน้ำหยดลงมา
3.การละเหยของน้ำ
อุปกรณ์
แก้วน้ำ /จานก้นตื้นๆ /น้ำ
วิธีทำ
-เตรียมน้ำไว้2แก้วในปริมานที่เท่ากัน
-ใส่น้ำในปริมาณที่เท่ากันทั้ง 2 ภาชนะ แก้ว จาน
-ตากแดดทิ้งไว้ 1 วันเทน้ำกับไปที่ภาชนะเดิม
-น้ำจะเหลือไม่เท่ากันน้ำในจานหายไปเกือบหมดแต่ในจานจะหายไปนิดเดียว
เพราะว่าน้ำจะได้รับความร้อนเฉพาะส่วนบนเท่านั้นท่าน้ำที่ใส่ในภาชนะที่ได้รับแสงแดดมากก็จะละเหยไว
กว่าภาชนะที่โดนแสงแดดน้อย
ประโยชน์ที่ได้รับจากการที่ได้ดูวีดีโอนี้
-ได้รู้ความหนาแน่นของน้ำ
-ได้รู้แรงดัน
-ได้รู้แรงตึงผิว
-ได้รู้การดูดซึม
-ได้รู้ว่าทำไมทะเลทรายถึงมัสัตว์อาศัยอยู่และมีพืชอยู่ด้วยได้ทำไมไม่ตาย
-ฝนเกิดจากอะไร
-น้ำคืออะไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบ
อาจารย์สั่งงาน
แบ่งกลุ่ม 6คนไปคิดกิจกรรมที่เกี่ยวกับ
น้ำ อากาศ แสง เสียง